วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

iOS4.2.1 AirPlay, Find My iPhone and AirPrint Review

ในที่สุด iOS4.2.1 ก็ออกมาแล้วนะครับ จะขอ Review เฉพาะตัวที่สามารถทดสอบได้ก็แล้วกันนะ ^^"

AirPlayความสามารถนี้อยากได้มานานมากแล้ว คือ ความสามารถในการเล่นเพลงผ่าน iPhone โดยตรง(Wireless) ไปยัง Airport เพื่อเข้าลำโพงตัวโปรดได้ทันที หรือจะเป็นเปิด YouTube หรือหนังต่างๆ ผ่าน Apple TV (Wireless)(สงสัยตัวนี้ได้ถอยแน่ๆ) เพื่อเข้าจอ TV ใหญ่บิ๊กบึ้มได้

อันนี้บอกเลยว่าอยากได้สุดแล้ว เอาไว้นอนดูหนัง, ฟังเพลงเสียงกระเฮิ่มแบบไร้สาย โอ้วววว

Find My iPhone
เดิมที Feature นี้เป็นของเสียตังในบริการ MobileMe แต่ตอนนี้ Apple ใจดีแจกฟรี โดยใช้ AppleID ที่เราใช้ซื้อของใน App Store
ความสามารถของมันคือ ใช้ตามหาเครื่องของเราในกรณีที่มันหาย โดยสามารถหาผ่านเวป me.com, ส่งข้อความฉุกเฉินไปที่เครื่อง, ลบข้อมูลส่วนตัวในกรณีที่หาย หรือใช้มาตราการเด็ดขาด ล็อคเครื่องไปเลย

วิธีใช้ก็ง่ายๆ ไปที่ Setting > Mail, Contacts, Calendar > Add new Account แล้วเลือก MobileMe โดยใช้ AppleID ของเรา แล้วก็ไปอนุญาตให้เครื่องเราสามารถใช้งาน Find My iPhone ได้ เท่านี้ก็เรียบร้อย
หากไม่หนำใจ จะลองลงที่เครื่องตัวเองด้วยก็ได้(บางคนอาจมีหลาย iDevice) ก็ให้ไปโหลด App ที่ชื่อว่า Find My Phone ของ Apple มา(ฟรี ดูให้ดีๆก่อนว่าเป็นของ Apple นะ) แล้ว Login เข้าไปตรวจก็ได้

AirPrint (Wireless Printing)จากการทดลอง การใช้ AirPrint เป็นการเข้า Network เดียวกับเครื่องคอมพ์ที่อยู่ใน Network เดียวกัน แล้วให้คอมพ์เครื่องนั้นสั่ง Print ให้
^ เริ่มจากการเรียกคำสั่ง "พิมพ์"

^ จากนั้นเลือกเครื่อมพิมพ์ ปรับจำนวนชุด ในกรณีที่เป็นไฟล์เอกสารและเครื่องพิมพ์รองรับ จะมีให้เลือก "พิมพ์แบบสองหน้า" ด้วย

^ ในขณะพิมพ์ จะมีไอคอน "ศูนย์พิมพ์" เพิ่มขึ้นมาด้วย

^ เมื่อคลิ๊กเข้าไปดูข้างใน จะมีรายละเอียดการพิมพ์
ในการพิมพ์ สามารถพิมพ์เอกสารทั่วไปได้ อีเมล์ได้ แต่ไม่สามารถพิมพ์รูปที่ถ่ายจาก iPhone ได้ ไม่ทราบว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
โปรแกรมสำหรับ Share Printer สำหรับติดตั้งบน PC: http://elpamsoft.com/Downloads.aspx

คิดว่าในบรรดา Feature ใหม่ทั้งหมด AirPlay ดีสุดแล้ว ส่วน AirPrint ยังติดตั้งยุ่งยากไปหน่อย แต่ทั้งหมดโดยรวมแล้ว คุ้มกับการรอคอย ^^"

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การเพิ่ม Google Calendar นอกเหนือจากปฏิทินหลักบน iPhone

ปกติการใช้ Google Calendar Sync เพื่อให้สามารถ Synchronize กับ Calendar บนเครื่องอื่นๆ ทั้งบน iPhone, PC(Outlook) และ Mac(iCal) ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร
  • iPhone แค่ลง Gmail Account ในเครื่อง iPhone ก็จะมี Google Calendar เฉพาะตัวหลักให้แล้ว
  • PC แค่ลงโปรแกรม Google Calendar Sync ก็จะสามารถ Sync Calendar หลักใน Google กับ Calendar หลักของ Outlook ได้
  • Mac ก็เปิด iCal แล้วลงชื่อใส่ Google Calendar ก็เรียบร้อย

ข้อเสียของวิธีนี้ (ของฟรีก็เงี้ย) สามารถใช้ Google Calendar Sync ได้กับ Google Calendar หลักตัวบนสุดเท่านั้น ซึ่งโดยมากแต่ละคนจะมี Calendar หลายตัว

สิ่งที่จะทำก็คือ เพิ่ม Calendar ตัวอื่นๆลงไปบน iPhone
1. เปิด Google Calendar ที่"ปฏิทินของฉัน" เลือก
ปุ่มสามเหลี่ยมหลังปฏิทินที่ต้องการ แล้วไปที่ก
ารตั้งค่าปฏิทิน

2. ที่บรรทัด "ที่อยู่ของปฏิทิน" copy ID ปฏิทิน ในวงเล็บ
3. เปิด notepad ขึ้นมาแล้วใส่คำว่า "https://www.google.com:443/calendar/dav/" ตามด้วย ID ที่ copy ไว้จากข้อแรก แล้วจบด้วย "/user" จะได้ประมาณนี้
"https://www.google.com:443/calendar/dav/3485q6XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX@group.calendar.google.com/user"
ตอนนี้เราจะได้ที่อยู่ Calendar ที่เราต้องการแล้ว

4. ต่อไปให้เราไปเพิ่ม CalDAV ใน iPhone โดยไปที่ Settings > Mail, Contacts, Calendars > Add Account... > Other > Add CalDAV Account แล้วใส่ตามนี้
Server: www.google.com
User Name: ใส่ gmail account
Password: ใส่ password
Description: ใส่คำอธิบาย
กด Next แล้วรอให้ Verify เสร็จ ก็จะกลับมาอยู่หน้าก่อนหน้านี้ โดยที่มี Account ที่เราทำเมื่อกี้เพิ่มมาด้วย

5. เลือกที่ Account ที่เราเพิ่งสร้าง แล้วเลือกที่ Advanced Settings
ที่ช่อง Account URL ให้ใส่ลิ้งค์ที่เราต่อกันเสร็จแล้วจากข้อ 3 แล้วกดย้อนกลับไปกด Done แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

6. ทีนี้ก็จะมี Calendar มาให้ใช้แล้ว ^_^
ไม่รู้จะได้เอาไปใช้บ้างรึป่าว แต่สำหรับผมมันมีประโยชน์มากจริงๆ เลยนะ ^^"

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

iPhone 3GS: iOS4 review

อยู่บ้านว่างๆ ไม่มีไรทำ บวกกระแส iOS4 ที่เพิ่งออกมา เลยลองไปหาข้อมูล ปรากฏว่า iOS4 มีให้โหลดแล้ว สำหรับแบบ GoldMaster เท่านั้น (ความจริงเวอร์ชั่น GoldMaster ก็คือตัวเต็มแล้วแต่รอเวลาปล่อยเท่านั้นเอง) ว่าแล้วก็ไปโหลดมาลงเลย ซึ่ง requirement ที่ทำให้หลายคนลงไม่ได้คือต้องใช้ iTunes 9.2 beta ซึ่งมีแต่เวอร์ชั่น mac เท่านั้น

หลังจากลงเสร็จก็มาดูกันเลยยยยย
ก่อนอื่น เกริ่นว่าปกติใช้แบบไม่ Jailbreak อยู่แล้ว จึงสามารถอัพได้เลย แล้วก็เป็นคนใช้เมนูไทยอยู่แล้วด้วย เลยถือโอกาสลองภาษาไทยไปในตัว ปรากฏว่า pop-up เมนูต่างๆทาง Apple ได้ใส่ภาษาไทยไปเรียบร้อยแล้วอีกด้วย
ใน iOS4 Background สามารถตั้งค่าได้เองทั้งแบบ LockScreen และ Wallpaper อันนี้ซื้อเลย ^^ ไม่ต้องเพิ่ง Jailbreak อีกแล้ว
iOS4 มี app มาตราฐานเพิ่มมา 1 อย่าง คือ "Game Center" ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ไว้ทำอะไร แต่ก็เข้าไปลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะคล้ายๆ Xbox Live ของ Microsoft

ต่อมาก็ลอง Folder กันก่อนเลย โดยการทดลองเอา Push App ทั้งหลายมารวมไว้ด้วยกัน เพื่อทดสอบว่า Budge จะนับจำนวนรวมให้รึป่าว
ในรูปไม่มีให้ดูแต่สรุปคือมันนับรวม Budge ทั้ง Folder ให้ เลยจับเอา Push ทั้งหลายใส่ Folder เดียวกันซะเลย ฮ่าๆ

ต่อมาลองเล่นในส่วนของ Playlist ที่โฆษณานักหนาว่าสามารถจัดเองได้แล้ว
มีคำสั่ง "เพิ่มเพลย์ลิสต์..." มาด้วย หลังจากทดลองใช้ มันก็คือ on the go แต่สามารถเพิ่มได้หลายอันนั่นเอง

แล้วก็มาดูอีกไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย Multi-Tasking ที่คุยไว้เยอะดีกว่า
จากการลองใช้ รู้สึกว่ามันยังไม่ Multi-Tasking อย่างที่คาดหวังไว้ จากที่ทดลองกับ App มาตราฐานใน iOS4 ก็เป็นไปตามที่หวัง คือสามารถสลับได้ทันที แต่จาก App third party ยังทำได้ไม่ดีนัก เช่น ลองสลับ IM+ กับ Safari เมื่อกลับมาที่ IM+ ยังคงต้องโหลดเข้าโปรแกรมเหมือนเปิดใหม่ รวมทั้งเกมต่างๆด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโปรแกรมจะต้องรองรับการทำงานแบบ Multi-Tasking ด้วยหรือไม่ อันนี้คงต้องรอดูหลังจาก iOS4 ออกอย่างเป็นทางการ

ต่อมาเป็น Mail Box ที่รอคอย เพราะปัจจุบันใช้ 2 account ก็สามารถทำงานได้ดี
มีอีกส่วนที่แอบเพิ่มเข้ามาคือ Calendar สามารถ Sync กับ Google Calendar ได้โดยตรง และเป็นแบบ 2 Way ด้วย แจ่มไปเลย

สุดท้าย Photo + Camera อันนี้ก็เพิ่มใหม่ แอบชอบเหมือนกัน
เพราะมีการแบ่งเป็น อัลบั้ม, กิจกรรม, ใบหน้า, สถานที่
การแบ่งใบหน้าอ้างอิงมาจากการแบ่งใน iPhoto ซึ่งก็ไม่รู้ว่าบน Windows จะใช้โปรแกรมอะไรแบ่ง ไม่แน่อาจจะแบ่งจาก Picasa ก็เป็นได้มั้ง
สถานที่ใช้บอกว่ารูปที่ถ่ายอยู่แห่งหนใด โดยใช้ความสามารถของ GPS
เช่นเดียวกับ "ใบหน้า" จากการลองถ่ายรูปจากไอโฟนโดยตรง ไม่สามารถระบุสถานที่ได้ ต้องผ่าน iPhoto เท่านั้น นี่ก็เป็นอีกคำถามนึงว่า ถ้าเป็น Windows จะทำยังไงหล่ะเนี่ย

สรุปภาพรวมตอนนี้ แม้ว่า Multi Tasking ยังไม่ได้ดังใจนัก
แต่ง่ายๆเลย...
แจ่ม!!!

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หนังสือ ArchiCAD ออกแล้วจ้า

สวัสดีหลังหายหน้ากันไปนานครับ

วันนี้มีเรื่องอยากอวดครับว่า หนังสือ ArchiCAD เต็มรูปแบบ เล่มแรกของไทยออกวางขายแล้วนะครับ ราคาข้างเล่ม 299.- ราคาในงานอาษา 240.- ครับ


ลองเปิดๆดูแล้ว ด้านในประมาณว่าเป็น Workshop ครับ ตบท้ายด้วยการสอนเรนเดอร์ใน Artlantis แบบคร่าวด้วย
เล่มนี้คาดว่าน่าจะเขียนโดย อ.เล็ก เทพแห่ง ArchiCAD และทีมงานใน AppliCAD ครับ



สรุปแล้ว ซื้อเลยครับ คุ้มมากๆ และเพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำครับ (ผมไม่ได้ส่วนแบ่งนะครับ ฮ่าๆ)