วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Revit Structure: Extension 2009 Q3


Extension ของ Revit ที่น่าสนใจที่สุดตัวนึง ออกมาเป็นตัวที่สองแล้ว และก็น่าสนใจมากกว่าเดิม ด้วยการใส่ Rebar แบบอัตโนมัติที่หลากหลายมากขึ้น ว่าแล้วก็ลองโหลดมาเล่นทันที โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา(เท่าที่เห็น)คือ..

Static Analysis of 2D frames / Continuous beams :
ส่วนนี้จะช่วยวิเคราะห์แรงในโครงสร้างต่างๆ ออกมาเป็น diagram สามมิติ และสามารถส่งออกเป็น html,excel,word ได้ด้วย





Reinforcement of Slab Corners :
พอดีเพิ่งเจอปัญหาเกี่ยวกับการใส่เหล็กในส่วนมุมต่างๆ อยู่พอดีเลย ส่วนนี้จะเป็นการใส่เหล็กเสริมรอบช่องเปิด และมุมพื้น โดยสามารถใส่ได้หลายแบบ (ตามรูป)




Automatic Reinforcement Generation :
เป็นคำสั่งใส่เหล็กเสริมแบบอัตโนมัติทั้ง เสา,คาน,พื้น,ผนังรับแรง โดยใช้การตั้งค่าที่ได้ตั้งค่าไว้แล้ว สะดวกสุดๆ

AutoCAD Structural Detailing :
สุดท้าย หลังจากใส่เหล็กตามที่ต้องการแล้ว เราสามารถส่งต่อไปวาด Detail อัตโนมัติใน AutoCAD ได้ทันที พร้อมทั้งคิดความยาวเหล็กของเหล็กแต่ละเบอร์ให้ทันที อันนี้เจ๋งสุดละ (function นี้สามารถใช้ได้ตั้งแต่ Extension ที่แล้ว)




สรุปรวมๆ แล้ว รู้สึกว่าพัฒนาจาก version ที่แล้วไปมากเลยทีเดียว แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่างในการใส่เหล็กอยู่บาง คิดว่าคงต้องพัฒนาต่อไปอีกซักพัก แต่แค่นี้ก็เจ๋งจะแย่แล้ว ฮ่าๆ ^^

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Global Link for Revit 2009




วันก่อนไปเจอมาว่า Revit สามารถ Export ไปลงบน Google Earth ได้ เลยไปลองหาโหลดมาเล่นดู
ลองดูแล้วก็ถือว่าดีในระดับนึง มีการหันทิศทางที่ถูกต้องให้ด้วย ฮ่าๆ

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

A49 25th Anniversary @ Central World

เมื่อวันก่อนได้ข่าวมาว่า A49 จะมีงานครบรอบ 25 ปี ที่ Central World พอดีวันเสาร์ที่ผ่านมาไปที่พันทิปกับเพื่อน และแวะไปดูงานกัน อยากเห็นว่าเป็นยังไง ฮ่าๆ

ไปแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ แม้งานจะไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนัก แต่โมเดลที่นำมาแสดงแต่ละอันนี้สุดยอดทั้งนั้น เพราะส่วนมากโมเดลที่เราๆดูกัน จะเป็นโมเดลทางการค้า คือเป็นโมเดลสวยๆ แต่ในงานจะเป็น Study Model ที่แสดงกระบวนการคิดของคนออกแบบ และบางโมเดลเป็นแบบตัด section ได้ด้วย สุดยอดจริงๆ


อันนี้เป็น Study Model ของตึกใหม่ในศูนย์วัฒนธรรม (ถ้าจำผิดของอภัย ใครรู้ช่วยแก้ให้ที) ดูปุ๊ปก็รู้ทันทีว่ามาจากเลข ๙ ดูไปดูมาคล้ายศูนย์วัฒนธรรมของชาวยิว ที่ Zaha Hadid ออกแบบเลย


ส่วนอันนี้เป็นบ้านใครไม่รู้ที่มาเลเซีย สวยดี มี Corridor เชื่อม มีสระว่ายน้ำตรงกลาง โดยส่วนตัวชอบบ้านแบบนี้แหละ


ท้ายสุด เป็นงานศูนย์ประชุมแห่งใหม่ในม.มหิดล หลังคาแนวสุดๆ ตัวโมเดลก็ใช่ย่อย ตัด Section กลางหอประชุมเลย ฮ่าๆ

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Yokohama Camellia Hospital Project

ไฟล์ VDO ใช้ในการพรีเซนต์ Revit Architecture ของทาง Autodesk
เป็นโปรเจ็คที่ทำที่ญี่ปุ่นโดย TAISEI CORPORATION



ดูแล้วอยากทำตัว presentation แบบนี้มั่งจัง

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

The Synchronized Ratchada.


งานเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว(2007) ทำโมเดลใน ArchiCAD แล้วเอาไปเรนเดอร์ใน Artlantis
ผมทำตัวโมเดล + แบบ + BOQ ส่วนพี่ที่ออฟฟิศอีกคนนำไปเรนเดอร์ครับ เห็นแล้วก็รู้สึกอยากใช้ Artlantis ขึ้นมาทันทีเลย

This one from my last year Project, I'm Modeling and Detailing and send to my team for Rendering in Artlantis.

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ออฟฟิศย้ายที่ทำการ

หายหน้ากันไป 1 เดือน เนื่องจากงานยุ่งสุดๆ ไหนจะออฟฟิศย้ายที่ทำการ งานใน งานนอก โอ้ย! สารพัด

ตอนนี้กลับมาตั้งตัวใหม่ได้ละ จะเริ่มโพสต่อหล่ะนะ !!!


ที่นั่งประจำ หลังย้ายของออกหมดแล้ว -*-

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2551

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

Revit Structure 2009: Rebar Reinforcement

งานนี้พี่ที่ที่ทำงานทดลองใส่เหล็ก Rebar แบบเต็มรูปแบบลงไปใน Revit Structure
เห็นแล้วคิดว่ามันเจ๋งดี เลยขอเอามาลงแสดงความสามารถของ RST หน่อยครับ


สองรูปแรกเป็นรูปจาก Revit Structure ให้เห็นกันไปเลยว่า Revit ทำได้

หลังจากทำให้ Revit เสร็จแล้ว ก็ลองเอาไป Export เป็น dwfx เพื่อเอาไปเปิดใน DWF Viewer ผลออกมาดังรูป


ทำให้งานในการเคลียร์แบบหน้างานง่ายขึ้นมากเลย พอเราได้รูปแบบเสา-คาน-พื้น ก็เอาไปเขียนแบบขยายใน AutoCAD Structural Detailing ทำให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย

นอกจากนี้ เนื่องจากใช้ Revit เราจึงสามารถคำนวนรายการประกอบแบบ(BOQ)ของคอนกรีตและประเภทของเหล็กปอกขนาด-ความยาวรวม แล้วนำมาคำนวนราคาได้ด้วย

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

My Thesis: CAAD Software Development for Architectural Feasibility Analysis (2006)

การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์ออกแบบความเป็นไปได้ทางสถาปัตยกรรมภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร CAAD Software Development for Architectural Feasibility Analysis Base on Building Literature (2006)

ตำแหน่งมหากาฬแห่งงานทั้งปวงที่เคยทำมาในชีวิตตลอดกาล
คือ Thesis สำหรับจบปริญญาโท ซึ่งนอกจากจะทำเป็น Thesis รูปเล่มออกมาแล้ว ยังทำเป็น Software ตัวอย่างในการแสดงตรรกะที่ใช้ในการออกแบบโดยใช้ FLASH(Action Script)

เนื้อหาทีสิสคือ ทำโปรแกรมที่ใช้วาดขอบเขตของที่ดินแล้วสามารถสั่งให้วิเคราะห์ปริมาตรสูงสุดของอาคารที่สามารถสร้างได้ โดยคิดอ้างอิงจากกฏหมาย (กฏกระทรวงฉบับที่55) ในเรื่องของระยะต่างๆ เช่น ระยะถอยร่น, ความสูงของอาคาร โดยสั่งให้โปรแกรมแยกวิเคราะห์ถึงกรณีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น แล้วนำไปวาดปริมาตร ซึ่งนอกจากปริมาตรที่ได้แล้ว ยังได้จำนวนชั้น, พื้นที่ใช้งาน, อัตราพื้นที่/ราคาก่อสร้าง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจด้วย



Vวีดีโอสาธิตการใช้งานเบื้องต้นครับ


หากใครสนใจอยากลองใช้โปรแกรมที่ผมทำประกอบ Thesis ก็ฝากข้อความไว้ได้นะครับ

สุดท้ายต้องขอบคุณอ.ที่ปรึกษาครับ
อ.ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย (ที่ปรึกษาหลักที่อุตส่าห์ Video Conference มาจากเกาหลีครับ) 
อ.ภิญโญ จินันทุยา (ที่คอยช่วยให้คำปรึกษาการใช้งานโปรแกรม CAD ต่างๆ ตลอดระดับป.โทครับ)
อ.กีรติ ศตะสุข (ที่คอยช่วยดูแลและตั้งปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับโปรแกรมในด้านความเป็นไปได้ของอาคารครับ)
ศ.ดร.วิมลสิทธิ์ หรยางกูร (ป๋าแห่งสถ.มธ.ที่คอยดูแลอยู่เบื้องหลังตลอดมา)

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

Premsiri (2005)

คอนโด Premsiri ของออฟฟิศสถาปนิกมีชื่อแห่งหนึ่ง

งานนี้ทำสมัยเรียนป.โทปีสอง นั่งทำอยู่ 2 วันเต็มๆ ทำเฉพาะ facade กว่าจะทำเสร็จ เล่นเอากระอักเลือดเหมือนกัน(งานเร่ง)สเตปการทำงานก็เหมือนเดิม ขึ้นโมเดลใน 3dsMAX เรนเดอร์โดยใช้ SkyLight, จัดแสงตามสมควร แล้วเอาภาพไปให้เพื่อนแต่ง Photoshop






ส่วนที่ประทับใจของงานนี้คงเป็นความโหดของโมเดล เพราะใช้โมเดลอาคารสูงสามหลัง ไม่สามารถเปิดพร้อมกันได้ ต้อง Render โดยซ่อนตัวอาคาร T_T จำไม่ได้แล้วว่าใช้เวลาเรนเดอร์รูปละกี่ชม.

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

Samui Indu Beach Resort (2005)

งานสมัยเรียนป.โทครับ เป็นรีสอร์ทอยู่ที่สมุย ออกแบบสไตล์ไทยทั้ง 3 หลังเพราะเอาไว้ขายฝรั่ง บ้านเป็นแบบ Knockdown ทำติดทะเลเลย
ตัวงานทำสามมิติโดยใช้ 3dsMAX ใช้ไฟ Skylight แล้วเอาไปแต่งภาพต่อใน Photoshop ในส่วนของ Retouch ก็ไปจ้างเพื่อนทำต่ออีกที (ขี้เกียจ)






งานทั้งสามหลังนี้ เอาตัวโมเดลไปลงใน http://www.turbosquid.com/Search/Index.cfm?FuseAction=ProcessSmartSearch&istIncAuthor=PongpanS ปัจจุบันขายไปได้ $180 แล้ว (-_-")

New Categories: "Portfolio"

เปิด Categories ใหม่ของผมเองครับ ชื่อว่า Portfolio

แค่ชื่อหัวข้อก็คงพอเดาออกว่าเป็นอะไรนะครับ
ใน Portfolio ผมจะรวมเอางานเฉพาะที่เกี่ยวกับด้าน Architect, Building Information Modeling ที่ผมเป็นคนทำเองมาลงไว้ครับ เพื่อใช้ในการอ้างอิงผลงาน

ใครอยากรู้ว่าเทคโนโลยี BIM สามารถทำงานจริงไปถึงไหนแล้ว สามารถหาดูได้จากใน Portfolio ของผมนะครับ

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บทสัมภาษณ์ Halsall Associates Limited

บทสัมภาษณ์จากเวป BIM & BEAM เป็นบทสัมภาษณ์ Ian Trudeau, Senior Project Draftsperson ของบ.Halsall Associates Limited ในToronto เกี่ยวกับการทำ Project โดยใช้ Revit Structure
เห็นว่าน่าสนใจดี เลยลองเอามาแปลดู (ความรู้น้อยความมั่นใจสูง ฮ่าๆ)

"
B&B: ช่วยอธิบายเกี่ยวกับธุรกิจที่ทางบ.คุณทำอยู่ให้หน่อยสิ
Trudeau : Halsall เป็นบ.ให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมในโตรอนโต้โดยมีหกสาขาทั่วแคนาดาหนึ่งสาขาในดูไบ หนึ่งสาขาในยุโรป และอีกสาขาที่ Cayman Islands เราให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้าง, อาคารประหยัดพลังงาน, restoration engineering, cladding engineering และวางผังเมือง

B&B: แล้วคุณทำงานด้านไหนในบริษัทล่ะ คุณอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?
Trudeau: ในตำแหน่ง Senior Project Draftperson ผมมีหน้าที่ดูแลการนำ Revit มาใช้งานและพัฒนาขีดความสามารถในการใช้งาน และฝึกอบรมการใช้งานภายในองค์กร นอกจากนี้ผมยังมีส่วนในการทดลองใช้ Revit เพื่อนำมาใช้ร่วมกับงานออกแบบ ผมทำงานอยู่ที่นี่มา 5 ปีแล้ว

B&B: แล้วคุณเคยใช้โปรแกรมอะไรมาก่อนหน้านี้หล่ะ แล้วใช้มันนานขนาดไหน?
Trudeau: เราใช้ AutoCAD กันมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว ในปี 2005 ก็ได้เปลี่ยนมาเป็น ADT(Architectural Desktop ปัจจุบันคือ AutoCAD Architecture นั่นเอง) และในบางงานเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถด้าน 3D แต่ยังไม่เคยมีงานไหนใช้ 3D ในการทำแบบแบบงานนี้เลย

B&B: งั้นช่วยยกตัวอย่างงานของคุณที่ใช้ Revit ทำหน่อยแล้วบอกทีว่า มันสามารถตอบสนองความต้องการได้ยังไงบ้าง?
Trudeau:
ตัวอย่างแรกเป็น ศูนย์วิจัย Quantum/Nano ของมหาวิทยาลัย Waterloo พื้นที่ขนาด 240,00 ตารางฟุต ซึ่งมีโครงสร้างที่มากมายและซับซ้อน ซึ่งมีทั้งพื้นคอนกรีต Waffle, โครงสร้างเหล็กรูปรวงผึ้งขนาด 8 ชั้นที่ยาวลงมาจากหลังคาโดยมีจุดรับแรงอยู่ที่พื้นด้านล่าง และสะพานเหล็ก 2 สะพาน ที่รองรับตึกที่มีอยู่แล้วกับอุโมงค์ใต้ดิน
ตัวอย่างที่สองคือ สำนักงานใหญ่ Honda ในแคนาดา เป็นอาคารสำนักงานสูง 4 ชั้น ประกอบไปด้วยพื้นที่ 140,000 ตร.ฟุต. สำหรับพนักงาน 500 คน, พื้นที่ขนาด 88,000 ตร.ฟุตเป็นส่วนของฝึกอบรมและ วิจัย และ พื้นที่ขนาด 225,000 ตร.ฟุต เป็นส่วนใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนทำความร้อน-เย็นอยู่กลางโครงการ
ทั้งสองโครงการใช้ Revit ครับ

University of Waterloo, Quantum Nano Centre: Waterloo, Ontario.
Download DWF model
Architecture: Kuwabara Payne McKenna Blumberg Architects
Structure: Halsall Associates Limited
Mech. & Elec.: H.H. Angus and Associates Limited





Honda Canada Campus: Markham, Ontario.
Download DWF model
Architecture: ZAS Inc. & HOK Canada, Architects in Joint Venture
Structure: Halsall Associates Limited
Mechanical: Stantec
Electrical: Mulvey + Banani





B&B: อะไรทำให้คุณเปลี่ยนมาใช้ Revit Structure
Trudeau: เราไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ Revit Structure แต่เราเพิ่มมันไปในขั้นตอนการทำงาน เทคโนโลยี BIM เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและดูเหมือน Revit Structure จะเป็นผู้นำทางด้านนี้ และทางเราก็ต้องการพัฒนาไปในแนวทางของ BIM ด้วย

B&B: อะไรคือประโยชน์ที่บริษัทคุณได้รับจากการใช้ Revit Structure
Trudeau: มันทำให้เราสามารถเคลียร์แบบได้ง่ายมากว่าแบบสองมิติมากทำให้สามารถเขียนแบบที่มีความซับซ้อนได้เคลียร์ยิ่งขึ้น และสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ทำให้การส่งแบบทั้งหน้างานในงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงการแสดงรายละเอียดด้วย

B&B: แล้วทางบริษัทใช้ข้อได้เปรียบเหล่านี้ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ยังไงบ้าง
Trudeau: มันง่ายมากที่จะเสนองานใน Revit Structure เพราะมันทำให้ลูกค้าเข้าใจแบบง่ายขึ้น รวมถึงการส่งแบบไปทำต่อในงานสถาปัตยกรรม เช่นการทำช่องเปิด, การ Cladding, การทำผนังเบา นอกจากนี้ยังช่วยตรวจสอบความถูกต้องระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง ทำให้เจ้าของโครงการประหยัดเงินไปได้อีก

B&B: คุณคิดว่า Revit Structure จะให้ผลตอบแทนในการลงทุน (Return On Investment: ROI)ได้ยังไงบ้าง
Trudeau: ผมคิดว่ามันยังเร็วไปที่จะบอกว่ามันทำให้ได้รับอะไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้ทางเราได้เตรียมคนของเราเพื่อทำ Implementation และทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญต่างๆ เพื่อใช้ในการทำงานร่วมกันในอนาคต

B&B: มีอะไรจะบอกเกี่ยวกับการใช้งาน Revit Structure บ้างมั้ย
Trudeau: ผมรู้สึกดีที่ได้ทำงานโดยใช้ Revit Structure มันสามารถใช้งานได้ง่าย และทำให้เห็นภาพรวมของงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

B&B: คุณมีอะไรจะฝากบอกถึงคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านโครงสร้างแต่ยังไม่เคยลองใช้ Revit Structure บ้าง
Trudeau: BIM เป็นจะเป็นเทคโนโลยีของวงการนี้ในอนาคตอ้นใกล้ สำหรับคนที่ยังใช้ AutoCAD อยู่ ผมคิดว่ามันง่ายมากที่จะหันมาลองใช้ Revit Structure ดูบ้าง Revit Structure จะต้องได้รับการยอมรับในวงการโครงสร้างในอนาคตอย่างแน่นอน
"

Credit: http://bimandbeam.typepad.com/bim_beam/2008/07/interview-with.html


แนะนำว่าควรลองโหลดไฟล์ DWF ของเค้าไปดูครับ สวยจริงๆ

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Textnote & Keynote in Revit Architecture

มีคำถามมาว่า Keynote คืออะไร ใช้งานยังไง เห็นว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจ เลยเอามาลงในนี้ด้วยละกันครับ

ใน Revit จะมี Textnote กับ Keynote นะครับ สองอันนี้จะใช้งานใกล้เคียงกันแตกต่างกันเล็กน้อย ตามนี้ครับ

Textnote คือการสเปคสิ่งของต่างๆ เป็นข้อความ เมื่อเราไปชี้ที่สิ่งของชนิดเดีวกัน มันจะสเปคข้อความเดียวกันลงไปครับ

Keynote คือรหัสของสิ่งของหรือ Material ตามแต่เราจะตั้ง โดยแบ่งเป็น

- Element ใช้กับวัตถุต่างๆ เช่น component หรือ Wall ก็ได้ คำสั่งนี้คล้ายกับ Textnote แต่เราจะตั้งเป็นรหัสแทน เช่น
W01 เป็น ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ 200 มม.

- Material ใช้กับ Material (สังเกตว่าเมื่อเราเรียกคำสั่งนี้แล้วเอาเม้าส์ไปชี้ที่ Wall ที่มี Material ต่างกัน มันจะ Hi-Light ที่ Material) เมื่อเราไปชี้ที่อะไรก็ตามที่ Material เดียวกัน Revit จะสเปคตามรหัสที่กำหนดไว้ เช่น
04200.B1 เป็น ก่ออิฐเต็มก้อน
03410.A1 เป็น ฉาบปูนเรียบ

- User สเปคตามที่เราต้องการเอง ขอไม่อธิบายนะครับ

ตัวอย่าง Textnote และ Keynote ครับ

จากตัวอย่าง สเปคที่อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม คือ Keynote ส่วนข้อความที่ไม่มีกล่องสี่เหลี่ยมคือ Textnote ครับ
จะประมาณนี้ครับ
(W01=ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ 200 มม.) == (04200.B1 + 03410.A1)

ลองใช้ดูครับ น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก